ทุกวันนี้เราเห็นคนส่วนมากใช้ถุงมือยางกันมากขึ้น ทั้งในส่วนของการทำอาหาร หรือป้องกันมือในขณะทำความสะอาด พื้นรองเท้ากันลื่น สายพานโรงงานเพื่อความสะดวกในการทำงาน ล้อรถยนต์ที่เห็นจนชินตา สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนอยู่รอบตัวเรา แล้วเราทราบกันหรือไม่ว่า สิ่งเหล่านี้มาจากที่ใด
“ยางพารา” เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ตั้งแต่ น้ำยางสดที่ออกมาจากต้น หรือจะนำไปทำเป็นยางแผ่นดิบก่อน หากต้องการเก็บไว้ใช้ได้นาน ก็จะมีกระบวนการทำยางแผ่นรมควัน หรือยางแท่ง นอกจากนี้ยังมี ยางก้นถ้วย (น้ำยางที่แข็งเป็นก้อนติดก้นถ้วยยาง) หรือเศษยาง ซึ่งยางแต่ละประเภทจะนำมาใช้ผลิตผลิตภัณฑ์ใดนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน มาตรฐานของความสะอาด รวมทั้งความสะดวกในการแปรรูป เช่น อุตสาหกรรมยางล้อมักจะใช้ยางแท่งเป็นวัตถุดิบในการผลิต
แต่ถ้าหากให้ผู้อ่านลองนึกถึง ยางพารา เชื่อว่าหลายท่านคงต้องนึกถึงยางแผ่นรมควันเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อลองพิจารณาถึงปริมาณผลผลิตยางธรรมชาติของไทย จะพบว่า “ยางแท่ง” เป็นอีกผลผลิตหนึ่งที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และในปัจจุบันมีปริมาณมากกว่ายางแผ่นรมควันเสียอีก โดยจากสถิติยางไทย ของสมาคมยางไทยนั้น ปี 2543 ยางแผ่นรมควันมีผลผลิตอยู่ที่ 1,055,900 ตัน ซึ่งมากกว่ายางแท่งที่อยู่ที่ 868,200 ตัน แต่ใน 10 ปีให้หลัง ยางแท่งพลิกกลับมามีผลผลิตมากกว่ายางแผ่นรมควันแล้ว โดยในปี 2553 นั้น ผลผลิตยางแผ่นรมควันอยู่ที่ 813,033 ตัน และยางแท่งอยู่ที่ 1,235,802 ตัน
นอกจากนี้ หากมองในเรื่องของการส่งออกแล้ว ยางแท่งมีปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2553 มีปริมาณการส่งออกถึง 1,106,415 ตัน ซึ่งมากกว่ายางแผ่นรมควันที่อยู่ที่ 719,442 ตัน จากปริมาณการผลิตและปริมาณการส่งออกที่เพิ่มมากขึ้นนี้ จึงเป็นที่น่าสนใจสำหรับชาวสวนยาง ผู้ผลิตยางแท่ง หรือผู้ประกอบการที่ใช้ยางแท่งเป็นวัตถุดิบ ดังนั้น วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับยางแท่งกันในเบื้องต้น
ประเทศไทยเริ่มมีการส่งเสริมให้ผลิตยางแท่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 โดยโรงงานยางแท่งแห่งแรกตั้งอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดนราธิวาส เริ่มแรกมีการเรียกเป็นทางการว่า TTR (Thai Tested Rubber) แต่เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียกตามหลักสากล จึงมีการปรับปรุง และเปลี่ยนชื่อเรียกมาเป็น STR (Standard Thai Rubber) ในปี พ.ศ. 2539 โดยมีการกำหนดชั้นยางไว้ 8 ชั้น คือ STR XL, STR 5L, STR 5, STR 5CV, STR 10, STR 10CV, STR 20 และ STR 20CV
สำหรับการผลิตยางแท่งนั้น สามารถผลิตได้ทั้งจากน้ำยางสด และยางแห้งที่จับตัวแล้ว (เช่น ยางแผ่นดิบ ยางก้นถ้วย) โดยส่วนใหญ่โรงงานในประเทศไทยจะใช้ยางดิบในการผลิต ซึ่งขั้นตอนที่สำคัญในการผลิตก็คือ การตัดย่อยยางดิบให้เป็นชิ้นเล็กๆ อย่างรวดเร็ว อบให้แห้งและอัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมให้ได้ตามมาตรฐาน (ที่มา : สถาบันวิจัยยาง) โดยกำหนดในเรื่องของปริมาณสิ่งสกปรก ปริมาณสิ่งระเหย สี และค่าความหนืด เป็นต้น สำหรับยางแท่งที่ผลิตจากน้ำยางสดนั้นแม้จะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่า เนื่องจากต้องนำมารวมกันในถังและใส่น้ำยาให้จับตัวกันเป็นก้อนก่อนจะไปถึงขั้นการตัดย่อยยางดิบ แต่จะมีคุณภาพที่ดี เพราะได้มาจากน้ำยางสดโดยตรง ส่วนยางแท่งที่ได้มาจากยางแห้งนั้น จะต้องดูคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาผลิตว่าเป็นเกรดใด มีสิ่งสกปรกเจือปนมากน้อยแค่ไหน อุตสาหกรรมที่มีการเครดิต ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น